30/12/2008
>> ใกล้...สนามกอล์ฟระวัง!ลูก... จมน้ำตาย !!!

   

ใกล้...สนามกอล์ฟระวัง!ลูก... จมน้ำตาย !!!

โดย... ประจวบ  ผลิตผลการพิมพ์
http://prempapatblong.exteen.com

ปัญหาเด็กติดเกมยุคนี้นับว่าเป็นปัญหาใหญ่เข้าขั้นทำร้าย
ความสัมพันธ์ของครอบครัวกันเลยทีเดียว
 โดยเฉพาะได้ก่อให้เกิดความขัดแย้งและบาดหมางกันระหว่าง
ผู้ใหญ่กับเด็กจนนับครั้งไม่ถ้วน
                                           
เช่นเดียวกับในรายของคุณย่าผึ้ง ทั้งที่เพิ่งเลิกจากงานกลับมาบ้าน
กำลังอยากจะนั่งพักนอนพักให้หายเหนื่อย ก็ต้องมารบกับเจ้าหนุ่ยหลานรัก
วัย 5 ขวบ ที่เอาแต่ตื้อไม่หยุด ร้องจะขอเงินไปเล่นเกมหน้าปากซอย 
จริงๆแล้วก็อยากจะรีบให้ๆไปซะเพื่อตัดรำคาญ แต่ก็เห็นๆอยู่ว่านัยน์ตา
ของหนุ่ยขณะนั้นมันแดงก่ำไปทั้งสองข้าง แล้วยาที่คุณหมอให้มาก็เพิ่งเริ่มจะกิน
ขืนให้ไปเล่นเกมอีกก็มีหวังอาการจะหนักยิ่งขึ้นอย่างแน่นอน

ฝ่ายหลานจอมตื้อเมื่อย่าไม่ตามใจ เกิดน้อยใจและบอกย่าว่า “ จะไปหาแม่”
แล้วก็เดินกะฟัดกะเฟียดออกไป ( แม่ของหนุ่ยแยกทางกับพ่อตั้งแต่หนุ่ยยังเล็กๆ
และไปอยู่กับยายซึ่งบ้านก็อยู่ละแวกนั้นเอง)

ย่าผึ้งในขณะนั้นก็ทั้งเหนื่อยกายเหนื่อยใจ
เมื่อเห็นว่าหลานจะไปบ้านแม่ซึ่งอยู่อีกแค่ฟากถนนก็ไม่ได้ว่าอะไร
ดีซะอีกจะได้ไม่ต้องเป็นอารมณ์กัน


 
แต่แล้ว...เวลาผ่านไปเพียง 1 ชั่วโมง
คนขับขี่มอเตอร์ไซด์รับจ้างที่รู้จักกัน ก็วิ่งหน้าตั้งมาบอกว่า 

...หลานชายจมน้ำที่บ่อน้ำในสนามกอล์ฟ !!!   

ย่าจึงรีบขึ้นรถของเขาบึ่งไปที่จุดเกิดเหตุ นั่นคือบริเวณแอ่งน้ำใหญ่
ข้างสนามกอล์ฟที่กำลังปรับปรุง
ซึ่งไม่มีการกั้นรั้วป้องกันอันตราย ทั้งๆที่ทุกวันจะมีเด็กๆมาวิ่งเล่นเดินเล่นเสมอ

วินมอเตอร์ไซด์เล่าให้ฟังว่า
มีเพื่อนวินด้วยกันคนหนึ่ง เมื่อขี่รถผ่านสนามกอล์ฟทีไร
ก็มักจะเห็นเด็กๆนั่งเล่นกันอยู่ที่ริมบ่อ

ซึ่งเขาเองก็จะต้องเดินไปเตือนทุกครั้งว่า
อย่ามานั่งตรงนี้เดี๋ยวจะตกน้ำ ซึ่งก็ได้ผล เด็กๆก็จะเดินออกไปทุกครั้ง

แต่วันนั้นเขาก็ขี่รถผ่านบ่อน้ำอีก
แม้จะดีใจที่ไม่เห็นเด็กๆมานั่งเล่นแต่ก็เกิดเอะใจขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก !
จึงจอดรถแล้วลงไปดู แล้วก็ต้องตกใจจนแทบช็อก

เมื่อพบเด็กนอนคว่ำหน้าลอยน้ำอยู่ในบ่อ
เมื่อตั้งสติได้จึงรีบลงไปอุ้มเด็กนั่งรถเพื่อนวินด้วยกันรีบไปส่งโรงพยาบาล
แล้วเพื่อนวิน(ที่รู้ที่อยุ่เด็ก)จึงเร่งมาบอกคุณย่าถึงบ้าน

คุณย่าเล่าให้ฟังว่า ได้รีบตามไปที่โรงพยาบาลพร้อมกับวินมอเตอร์ไซด์
ผู้มากน้ำใจพามาส่ง  แต่ปรากฏว่าทางโรงพยาบาล ดังกล่าวปล่อยให้หลานนอนเฉยๆ
หนำซ้ำยังมาบอกว่าเครื่องมือไม่พร้อมให้ไปส่งที่โรงพยาบาลรัฐ

เมื่อไปถึงโรงพยาบาลแห่งใหม่ คุณหมอก้ช่วยปั้มหัวใจ ใส่ท่อช่วยหายใจ
นำเข้าห้องIcu ให้น้ำเกลือ ให้อาหารทางสายยาง
แต่อาการของหลานก็มีแต่ทรงกับทรุด ไม่ขยับตัว ไม่ลืมตา ไม่มีปฏิกิริยาใดๆ
ย่าไปเยี่ยมหลานทุกวันหลังเลิกงาน  

และวันที่ย่าจะไม่มีวันลืมเลยก็คือ...
วันที่ย่าตัดพ้อหลานที่ข้างเตียงว่า

“ เห็นมั้ยล่ะ...ชอบดื้อกับย่า เลยต้องมานอนอย่างนี้ ”


พอพูดจบหลานก็น้ำตาไหลออกมาเป็นทาง ทั้งที่ไม่ขยับเขยื้อนอะไรเลย

ย่าเฝ้าดูแลหลานอยู่ 10 วัน กระทั่งหลานเสียชีวิต...

www.csip.org

tags : สนามกอล์ฟ  
posted by adisak2504 : 2008-12-30 16:24:30
30/12/2008
>> “เล่นกีฬา-ออกกำลังกายอย่างไร?...ให้ปลอดภัย”


“เล่นกีฬา-ออกกำลังกายอย่างไร?...ให้ปลอดภัย”

โดย...ประจวบ ผลิตผลการพิมพ์
http://prempapatblong.exteen.com


เด็กวัย 5ขวบขึ้นไป...พัฒนาการของกล้ามเนื้อเล็ก
และกล้ามเนื้อใหญ่เป็นไปอย่างรุดหน้า
เด็กๆมีทักษะในการเคลื่อนไหวได้ดีได้คล่องแคล่วขึ้น

 คุณพ่อคุณแม่จะเห็นว่าลูกของเราวัยนี้มีพลังเหลือเฟือ
ทั้งชอบกระโดดโลดเต้น วิ่งไปโน่นไปนี่ไม่หยุดหย่อน
เด็กวัยนี้จึงควรสนับสนุนให้ออกกำลังกายหรือเล่นกีฬา
เพื่อให้พวกเขาแข็งแรงแจ่มใสทั้งสุขภาพกายและสุขภาพจิต 
สิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ควรแนะนำก็คือให้เด็กๆเอาใจใส่ในเรื่องความปลอดภัย
โดยการป้องกันและระมัดระวัง …ดังต่อไปนี้ครับ

1 ) การวอร์มอัพ(warm up)
 ก่อนเล่นกีฬาทุกชนิดจะต้องมีการอุ่นเครื่อง(วอร์มอัพ) นั่นก็คือ
การบริหารร่างกาย ยืดเส้นยืดสายราวๆ5-10นาที เพื่อคลายความตึงเครียดของกล้ามเนื้อ
ช่วยให้ร่างกายยืดหยุ่น กล้ามเนื้อไม่ฉีกขาด ไม่เป็นตะคริว
แถมยังปลุกประสาททุกส่วนในร่างกาย เกิดความกระฉับกระเฉงในการเล่นกีฬาต่อไป
(หลังเล่นกีฬาหรือออกกำลังกายก็ควรมีการcool down ซึ่งก็คือการวอร์มอีกครั้งก่อนพัก
เพื่อการผ่อนคลาย ให้หายเหนื่อย และปรับร่างกายให้เข้าที่เข้าทาง)

2 )  ก่อนเล่นกีฬาหรือออกกำลังกาย
อย่ากินอาหาร โดยเฉพาะการกินจนอิ่มจะยิ่งอันตราย
เพราะเสี่ยงต่อการปวดท้อง จุกเสียด แน่นหน้าอก และอาเจียน

ดังนั้นหากใครเผลอหม่ำเข้าไปแล้ว ก็ควรพักสักราว 1-2 ชั่วโมง จึงค่อยลุย(เล่นกีฬา)
 
คำแนะนำในการเล่นกีฬายอดฮิตให้ปลอดภัย

1 )  จ๊อกกิ้ง (วิ่งเหยาะๆ)  ประโยชน์ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของหัวใจ
ขยายปอดและสร้างเสริมกล้ามเนื้อให้แข็งแกร่ง จิตใจก็กระปรี้กระเปร่าสดชื่น
แถมยังได้ชมวิวชมต้นไม้นานาพันธุ์ข้างทางระหว่างการวิ่งจ๊อกกิ้งอีกด้วย
(แต่ต้องระวังรถที่วิ่งไปมาด้วยนะครับ)

ข้อแนะนำ * การเลือกรองเท้า ควรเลือกชนิดที่ใช้จ๊อกกิ้งโดยเฉพาะ
 แล้วเลือกขนาดให้เหมาะสม เพื่อกันการบาดเจ็บ เช่น กล้ามเนื้อ-เอ็นร้อยหวายฉีก
เอ็นข้อเท้าบาดเจ็บ นิ้วเท้าเคล็ด หรือบวมช้ำ  เวลาที่จ๊อกกิ้งให้โน้มลำตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย

•จัดท่าทางให้ถูกต้อง  คือลำตัวตั้งฉากกับพื้น ศีรษะมองตรงไปข้างหน้าเล็กน้อย
คอ-แขน-ลำตัวไม่เกร็ง กำมือหลวมๆ งอข้อศอกราว 80-100 องศา

•ไม่หักโหมจนเกินไป เด็กๆหลายคนยิ่งวิ่งยิ่งสนุก เผลอๆการวิ่งเหยาะๆก็เลยกลาย
เป็นการวิ่งมาราธอน ผลที่ได้จากการจ๊อกกิ้งหักโหมก็คือ แทนที่จะแข็งแรงก็กลับเดี้ยง
ปวดเข่า น่องระบม หลังยอก หรือหายใจไม่ทัน เหนื่อยหอบเป็นลม ฯลฯ...

2 ) ว่ายน้ำ  การว่ายน้ำให้ประโยชน์เช่นเดียวกับการจ๊อคกิ้ง
 แต่จะเหนือกว่าตรงที่ร่างกายจะได้ออกกำลังกายทั่วทุกส่วน
แล้วก็ยังช่วยรักษาประคับประคองทั้งเด็กและผู้ใหญ่ที่มีปัญหาบาดเจ็บ
ตามข้อต่อต่างๆ อันเนื่องจากการเล่นกีฬาประเภทอื่นอีกด้วย
จะด้อยกว่าบ้างก็คงไม่มีโอกาสชมวิวระหว่างการออกกำลังกาย และ
เป็นกีฬาที่ต้องฝึกฝนจนมีความชำนาญ(แต่ก็คุ้มค่าสำหรับความปลอดภัย ในยามที่ต้องเดินทางด้วยเรือครับ)
 
สิ่งที่ต้องตักเตือนเด็กๆก็คือ...


1 ) หากว่ายน้ำทะเล ก็ไม่ควรว่ายแข่งกัน โดยเฉพาะจะต้องไม่ว่ายออกสู่ทะเล
ซึ่งเสี่ยงต่อคลื่นลมที่แปรปรวน หรือ ยิ่งว่าย(ออกสู่ทะเล)ก็ยิ่งไกลยิ่งเหนื่อยและ
อาจหมดแรงจนหมดแรงที่จะว่ายกลับเข้าฝั่ง

2 )  ไม่เล่นแข่งดำอึด(ใครกลั้นหายใจใต้น้ำได้นานกว่าคนนั้นชนะ)
เพราะเสี่ยงต่อการหมดสติแล้วจมน้ำครับ การหายใจเข้าแรงๆก่อนจะดำอึด
จะทำให้คาร์บอนไดออกไวด์ในเลือดต่ำ และการกลั้นลมหายใจนานๆ
จะทำให้สมองขาดออกซิเจน ส่วนคาร์บอนไดออกไซด์ก็ไม่สูงพอที่จะขับเคลื่อนให้สมองสั่งการหายใจได้ 
 
เด็กๆหลายคนถึงกับเป็นลมหมดสติ สำลักน้ำ และอาจทำให้เสียชีวิตได้
เวลาที่เหมาะในการลงเล่นน้ำก็คือ ยามที่แดดอ่อนๆ(ก่อน 4โมงเช้า และหลัง 4โมงเย็น)
และก่อนลงเล่นน้ำอย่าลืมทาครีมกันแดดด้วยนะครับ เพื่อผิวอ่อนๆของลูกจะได้ไม่เกรียมแดดหรือแสบร้อน

หลักของการออกกำลังกายทุกประเภทก็คือ จะต้องไม่ให้เหนื่อยจนเกินกำลัง
ดังนั้นหลังจากการวอร์มอัพแล้ว ในช่วงใหม่ๆของการออกกำลังกายนั้น
 ควรไม่เกิน 15นาที และค่อยๆเพิ่มอีก 10นาทีในอาทิตย์ถัดมา

การออกกำลังกายหรือเล่นกีฬาที่จะให้ประโยชน์แก่เราอย่างเต็มที่
ก็จะต้องปฏิบัติเป็นประจำ และโดยสม่ำเสมอ (ทุกวัน หรือ อย่างน้อยอาทิตย์ละ
4ครั้ง และควรใช้เวลาตั้งแต่ 30นาที แต่ไม่เกิน 1ชั่วโมง )

www.csip.org

tags : กีฬา   ออกกำลังกาย   ปลอดภัย  
posted by adisak2504 : 2008-12-30 16:17:35
30/12/2008
>> ประกาศผลโครงการประกวดชิงทุนทำหนังสั้น"นักมวยเด็ก"

ประกาศผลผู้ชนะเลิศได้รับทุนทำหนัง จำนวน 1 แสนบาท
หลังจากที่คณะกรรมการทำการคัดเลือกอย่างหนัก
โครงเรื่องที่เข้าตากรรมการที่สุด คือเรื่อง
 'ล้างบัญชีเจ้าแม่ยาชุด' โดย สุพจน์ คูณดี

หลังจากกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิได้พิจารณาโครงเรื่องที่ส่งเข้ามาทั้งหมด 69 เรื่อง
ตามด้วยการพูดคุยกับผู้เข้ารอบ และหารือกันอย่างเข้มข้นเมื่อต้นเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา
ในที่สุด เราก็ได้ผู้ชนะเลิศเพียงหนึ่งเดียวที่จะได้รับทุนผลิตหนังสั้นจำนวน 1 แสนบาทแล้ว
นั่นก็คือ คุณสุพจน์ คูณดี กับเรื่อง "ล้างบัญชีเจ้าแม่ยาชุด" ที่ว่าด้วย
นักมวยเด็กอายุ 12ปีผู้มีพ่อติดการพนันและถูกสั่งให้ล้มมวย แต่เขาขัดคำสั่งจนถูกซ้อมเจียนตาย

สุพจน์เล่าที่มาของงานชิ้นนี้ว่า
"จริงๆแล้วตัวผมเองก็กำลังหาข้อมูลเพื่อทำหนังสั้นเกี่ยวกับนักมวยอยู่พอดี
จึงลงไปคลุกคลีกับนักมวยและคนในวงการจนได้ข้อมูลมาเขียนเป็นเรื่องนี้
โดยใช้เวลาในการหาข้อมูลอยู่ 6-7 เดือน พอมีโครงการนี้ขึ้นจึงส่งเข้ามา
และเมื่อรู้ว่าได้ทุนทำหนังก็ดีใจมากครับ"

เขาเล่าเพิ่มเติมด้วยว่า หนังเริ่มเข้าสู่กระบวนการเตรียมงานแล้ว
"ตอนนี้ได้นักแสดงเรียบร้อยแล้ว กำลังสอนการแสดงให้อยู่ และผมกำลัง
คิดจะชวนเพื่อนๆ ในวงการหนังสั้นมาร่วมถ่ายฉากสำคัญ
ของเรื่องด้วยครับ"

บรรยากาศการตัดสิน

 

csip.org

tags : 'ล้างบัญชีเจ้าแม่ยาชุด'  
posted by adisak2504 : 2008-12-30 16:14:14
9/12/2008
>> เลี้ยงปีใหม่ให้ระวัง...จู๊ดๆ...โป้งป้าง...และ...ลูกหาย !


เลี้ยงปีใหม่ให้ระวัง...
จู๊ดๆ...โป้งป้าง...และ...ลูกหาย !

บทความโดย  ประจวบ ผลิผลการพิมพ์

แม้หลายเสียงจะบ่นกันตรึมว่า ปี2551 คือปีที่ผ่านไปด้วยความทุลักทุเล
โดยเฉพาะปัญหาเศรษฐกิจ
แต่ก็ยังพบเห็นหลายๆบ้านหลายๆแห่งเตรียมจัดงานฉลองปีใหม่กันแล้ว
ซึ่งก็คงจะถือคติว่า เพื่อเป็นการต้อนรับปี 2552 อย่างยังมีความหวัง
จะได้มีความสดชื่นแจ่มใส และมีกำลังใจอย่างเต็มเปี่ยม

  แต่ปัญหาก็คือ...จะทำอย่างไร
ทุกคนจึงจะCountdownปีใหม่ด้วยความสดใสแข็งแรง ไม่เจ็บไข้ล้มป่วย
หรือไม่บาดเจ็บ สูญหาย หรือเสียชีวิตเพราะประสบเหตุร้ายในงานเลี้ยงต้อนรับปีใหม่
 
โดยเฉพาะงานนี้ในทุกปีก็คืองานรวมญาติ
ก็ยิ่งน่าเป็นห่วงลูกๆหลานๆของเราที่ภูมิต้านทานและความรู้จักระมัดระวังยังไม่ดีเท่าผู้ใหญ่

1...  อาหารเป็นพิษ  มักจะพบว่าในช่วงวันงานฉลองปีใหม่ จะมีคน จู๊ดๆ
ต้อนรับปีใหม่กันอย่างมากมาย ด้วยโรคอาหารเป็นพิษ
ซึ่งหมายถึงอาการคลื่นไส้-อาเจียน-ปวดท้องและ ท้องร่วง 
เหตุก็คงเพราะวันปีใหม่ซึ่งตรงกับฤดูหนาว แต่เมืองไทยเรามักมีกลางวันที่อบอ้าว
จึงทำให้เจ้าพวกเชื้อแบคทีเรียในอาหารเจริญเติบโตกันดีนักเชียว
บางครั้งอาหารที่เตรียมไว้ก็บูดเสีย เจ้าภาพอาจไม่รู้ หรือไม่เอาใจใส่พอ
จึงนำไปปรุงไปเสริ์ฟแขกเหรื่อที่มางาน

หรือแม้แต่การต้องจัดเตรียมหุงหาอาหารเป็นจำนวนมาก
ในขณะที่มีแม่ครัวยุ่งหัวกระเซิงอยู่แค่คนเดียว แถมยังต้องเร่งทำเวลา
เพราะแขกจวนมาถึงงานแล้ว เกรงว่าจะโดนโวยเพราะโมโหหิวกัน 
การไม่รอบคอบเพราะเร่งร้อนเกินไปจึงทำให้ละเลยเรื่อง
ความสด- สุก และสะอาดของอาหาร

 นอกจากนั้นยังรวมไปถึงเรื่องของ “อาวุธ” หรืออุปกรณ์ช้อน ส้อม
มีด ชาม ถ้วย...ที่ผ่านการล้างอย่างไม่เกลี้ยงเกลาสะอาดสะอ้านพอ
อาจเพราะมีแขกเหรื่อค่อยทยอยกันมา บางส่วนก็ทยอยกันกลับ อุปกรณ์ตักและ
ใส่อาหารจึงต้องนำมาทำความสะอาดหมุนเวียนกันใช้ เช่นเดียวกับร้านอาหารทั่วไป

 หรือกรณี “ปล่อยผี-วันปีใหม่”ที่หลายคนชอบทำ นั่นก็คือ อาหารหลายๆอย่าง
ที่วันธรรมดาจะไม่เคยกิน ( เช่น พวกพล่า,ยำ,น้ำตก,ลาบ,ก้อย ) แต่เมื่อถึงวันปีใหม่
ก็เกิดอยากลอง โดยไม่ใช่แค่ขอลิ้มรส แต่กลับหม่ำอย่างเต็มคราบ
ซึ่งในที่สุดก็มักได้ความสาแก่ใจกลับไป นั่นก็คืออาการ...จู๊ดๆ...

2...นอกจากอาการอาหารเป็นพิษ ที่เจ้าภาพ(ผู้มีสำนึกรับผิดชอบ และไม่ต้องการเป็นที่เกลียดชัง)
จะต้องระมัดระวังและพิถีพิถันให้มากแล้ว ก็ควรดูแลเรื่องอาหารการกินของลูกๆหลานๆด้วย 
เพราะเด็กๆมักจะอดใจไม่อยู่เมื่อพบ “ของโปรด”ที่วางโชว์อยู่ตรงหน้าอย่างมากมายก่ายกอง
พวกเขาจึงมักจะคว้ามาหม่ำอย่างเพลิดเพลิน และมักจะอิ่มจนเกินพิกัด
ทั้งๆที่ของโปรดเหล่านี้มักจะคือ...ไอศกรีม, ขนมเค้ก, พิซซ่า, น้ำหวาน, น้ำอัดลม...
รวมทั้งขนมไทยประเภททองหยอด, ฝอยทอง, มันเชื่อม, ลูกตาลเชื่อม
ที่ล้วนแล้วแต่หวานจัดมันจัดทั้งนั้นเลยล่ะครับ

3... นอกจากอาหารอันมากมายหลายรส สิ่งที่ต้องระวังให้มากก็คือ...
ลูกโป่งหลากสีทั้งพวงเล็กพวงใหญ่
ที่ได้กลายเป็นสัญลักษณ์หนึ่งที่อยู่คู่กับงานต้อนรับปีใหม่ที่ช่วยเพิ่มสีสันและความสดใส
เด็กๆก็ชอบอกชอบใจ จนมักจะแย่งกันขอคนละลูกสองลูก เพื่อเอามาเดินถือเล่น
แถมมีหลายๆงานที่ใช้ลูกโป่งใบโตๆ ที่เรียกว่าลูกโป่งสวรรค์
งานนั้นก็ดุจะฟู่ฟ่ามีราคาขึ้นมาทันที

แต่ผู้ที่ติดตามข่าวอุบัติเหตุมาอย่างต่อเนื่องก็อาจเกิดปริวิตกขึ้นมาทันทีว่า
เจ้าลูกโป่งสวรรค์มันอาจกลายเป็นลูกโป่งนรกได้ทุกเมื่อ
เหตุก็เพราะลูกโป่งประเภทนี้มักจะอัดก๊าซไวไฟ(ไฮโดรเจน)
เนื่องจากมีราคาถูกกว่าก๊าซไม่ไวไฟ(ฮีเลียม)
ซึ่งเสี่ยงเหลือเกินที่มันจะกลายเป็นลูกไฟ ที่ระเบิดติดๆกัน
และลามไปเป็นวงกว้าง กระทั่งไฟโหมไปทั่วบริเวณงาน
เพียงเพราะโดนประกายไฟจากไม้ขีดไฟ,ไฟแช็ก,เทียน,บุหรี่ หรือ
แม้แต่ไปสัมผัสโดนหลอดไฟนีออน ก็เกิดติดไฟและระเบิดโป้งป้างขึ้นได้อย่างไม่รู้ตัว

 ซึ่งอัคคีภัยอันมีสาเหตุจากกรณีข้างต้น เคยเกิดขึ้นเร็วๆนี้เองครับ!
( 6 เม.ย.2550 ลูกโป่งสวรรค์ระเบิดอย่างรุนแรงจนไฟลุกท่วม 
เหตุเกิดที่ข้างเวทีมวยชั่วคราว อ.แก่งคอย สระบุรี 
หรือ เมื่อหลายปีก่อน ศิลปินแห่งชาติ คุณครูพยงค์ มุกดา
ได้เคยถูกไฟลวกเข้าที่ใบหน้าและลำตัว ในงานต่อต้านการสูบบุหรี่ เหตุเพราะ...
ลูกโป่งสวรรค์จำนวนมากที่ซ่อนอยู่ในบุหรี่ยักษ์จำลอง ได้เกิดระเบิดขึ้นขณะที่
คุณครูพยงค์เอาดาบเหล็กตัดบุหรี่ยักษ์ เพื่อเป็นการทำพิธีเปิดนิทรรศการ )

 4...  ส่วนลูกโป่งใบเล็ก ถึงแม้จะอัดก๊าซฮีเลียม ก็ไม่ควรนำมาเล่น
เพราะหากมันเกิดแตกโป้งใกล้ๆหู ก็อาจทำให้เด็กๆเยื่อแก้วหูทะลุ
หรือ แย่กว่านั้น หากมันระเบิดขึ้นตรงหน้า ทั้งแรงระเบิดและเศษชิ้นของลูกโป่ง
อาจทำให้เยื่อบุแก้วตาถลอกหรือฉีกขาด
หากเกิดขึ้น ก็ต้องรีบพาไปโรงพยาบาลทำการรักษาโดยทันทีครับ
ก่อนที่ลูกตาจะติดเชื้อ เกิดผลเป็น กลายเป็นโรคต้อหิน หรือแม้แต่สูญเสียลูกตา

 เขียนมาถึงตรงนี้ ก็อยากรณรงค์ให้ช่วยๆกันเลิกใช้ลูกโป่งมาประดับประดา
หรือแม้แต่นำมาใช้ประกอบการเล่นเกมในงาน เช่น เกมประเภทแข่งกัน แย่ง-เหยียบ- หรือตีลูกโป่ง 
ซึ่งหากเกิดเหตุร้ายจนมีใครบาดเจ็บ หรือเสียชีวิต ก็คงต้อนรับปีใหม่กันอย่างสุดกร่อยแน่ๆ

 มีรายงานจากสหรัฐอเมริการะบุว่า ในปีค.ศ.1977-2001
มีเด็กๆต้องตายเพราะเศษลูกโป่งเข้าไปอุดตันหลอดลมถึง 110 ราย
และเศษลูกโป่งนั้นนอกจากจะหมายถึงลูกโป่งที่เป่าแล้วแตกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย
ที่เด็กๆผู้ไม่รู้อิโหน่อิเหน่เก็บเอาไปเคี้ยวเล่น และกำลังตั้งหน้าตั้งตาเป่า
แล้วพลาดพลั้งดูดพรืดเข้าไปติดหลอดลม

 ภัยลูกโป่งที่เล่ามาทั้งหมดนี้ ก็อยู่ที่เจ้าของงานปีใหม่แล้วล่ะครับ
ว่ามันจำเป็นอย่างไร หรือคุ้มหรือไม่ที่จะต้องเอาขบวนการลูกโป่งมาประดับประดาในงานด้วย ?

 5...  ความน่ากลัวที่แฝงตัวอยู่ในงานปีใหม่
ที่คุณพ่อคุณแม่หลายๆท่านอาจคาดไม่ถึง
แต่วันนี้จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเตือนให้ระมัดระวังไว้ให้มาก นั่นก็คือ


...แก๊งลักเด็ก!   ที่นอกจากพวกมันจะชอบออกอาละวาดในช่วงที่เด็กๆปิดเทอมกันแล้ว 
พวกเดนสังคมเหล่านี้ยังชอบแฝงตัวอยู่ตามงานเลี้ยงต่างๆ
โดยมักเลือกงานที่มีผู้คนพลุกพล่าน ที่ผู้ใหญ่มัวแต่นั่งจ้อนั่งกรึ๊บกันอย่างครึกครื้น
โดยปล่อยให้เด็กๆนั่งกันตามลำพัง ยิ่งปล่อยปละให้เด็กๆเดินกันเพ่นพ่านไปทั่วงาน
พวกมันก็ยิ่งชอบ เพื่อจะได้อาศัยความเผอเรอของผู้ใหญ่
หรือใช้ความจอแจพลุกพล่านของผู้คนในงานจัดการ “อุ้ม” หรือ “ฉุด”เด็กๆของเราจนหายวับไป
 
คุณสรรพสิทธิ์ คุมพ์ประพันธ์ ผู้อำนวยการศูนย์พิทักษ์สิทธิเด็ก ได้ระบุว่า  มี
เด็กไทยหายไปจากครอบครัวมากถึง  1 หมื่นคน! 
และได้เปิดเผยว่า พ่อแม่โดยมากไม่ค่อยให้ความสำคัญกับปัญหานี้
เพราะไม่คิดว่าจำนวนเด็กไทยที่หายไปจะมากมายถึงขนาดนี้

  นายปีเตอร์ ดี แบงค์ ผู้อำนวยการศูนย์การดำเนินงานด้านเด็กหาย
(สหรัฐอเมริกา) ได้แนะวิธีการแก้ปัญหา เมื่อลูกหาย
 1)  แจ้งตำรวจทันที
 2) รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับตัวเด็ก-พ่อแม่-คนที่ใกล้ชิดเด็กครั้งสุดท้าย
 อย่างละเอียด 
 3)  มีรูปถ่ายของเด็กที่หายหลายๆใบ  เพื่อการเผยแพร่ออกไป
จะทำให้มีหลายๆฝ่ายที่จะร่วมมือช่วยกันค้นหา

  นึกๆแล้วก็กลุ้ม ที่แม้จะเป็นเทศกาลอันแสนสนุกอย่างวันปีใหม่
ก็กลับต้องมาระมัดระวังลูกๆหลานๆกันแจ จะทำอย่างไนได้ล่ะครับ
ในเมื่อความความสนุกเพลิดเพลินจนเกินไปมักนำมาซึ่งความประมาท

  ดังนั้น สนุกได้ครับ แต่อย่าประมาทก็แล้วกัน ....ครับ...
ในวารดิถีขึ้นปีใหม่ ผมขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัย จงดลบันดาลให้คุณๆทุกๆท่าน
มีสุขภาพกายและสุขภาพใจ ที่แข็งแรงสดชื่นแจ่มใส และมีความปลอดภัยทั้งชีวิตและทรัพย์สิน
ตลอดปี 2552  และ ตลอดไป...........................

 

--------------------------------------------------------------------

เด็กหายสามารถแจ้งได้ที่  .......

แจ้งเด็กหาย  1300 สายด่วน  1111  
มูลนิธิกระจกเงา  02- 6427991-2 ต่อ 11    
ศูนย์ข้อมูลคนหาย  02- 6427991-2

--------------------------------------------------------------------

www.csip.org

 

 

tags : ปีใหม่  
posted by adisak2504 : 2008-12-09 09:29:24
/28