- hi ! : Guest ?
- เจ้าของ blog :
adisak2504
- วันที่สร้าง : 2007-09-07
- จำนวนผู้ชม : 29297
- จำนวนผู้โหวต : 124
| << | มกราคม 2009 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | ||||
| 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 |
| 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 |
| 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 |
| 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | 31 |
- ใกล้...สนามกอล์ฟระวัง!ลูก... จมน้ำตาย !!!
- เล่นกีฬา-ออกกำลังกายอย่างไร?...ให้ปลอดภัย
- ประกาศผลโครงการประกวดชิงทุนทำหนังสั้น"นักมวยเด็ก"
- เลี้ยงปีใหม่ให้ระวัง...จู๊ดๆ...โป้งป้าง...และ...ลูกหาย !
- ฮีโร่แมน ...ตุ๊กตุ่นอันตราย !!!
- พลาสติก... ศัตรูร้ายใกล้ตัวลูก...!!!
- Forrest Gump โลกแห่งการทารุณกรรมเด็ก ( 2 )
- Innocent Voices โลกแห่งการทารุณกรรมเด็ก ตอนที่ 1
- เล่นกับเพื่อนๆ...ให้ปลอดภัย
- เห็นของตกน้ำ...ห้ามเก็บ
- หนูเกิดมาเพื่อให้ ทนุถนอม มิใช่ให้...กระทบ-กระแทก-กระเทือน !
- ปิดเทอม...ระวังลูก จมน้ำ
- Walk Rally เพื่อความปลอดภัย
- ผมเตรียมชุดนี้ให้ลูกใส่ ตอนเปิดเทอม...
- ครัว...พื้นที่อันตรายสำหรับ...ลูก
- เดินตามลูกหมาจน ตกบ่อ...ตาย
- เคยเห็นกันไหม?...เด็กไหลตาย !
- สารตะกั่ว...ตัวอันตราย !
- คุณเป็นโรคประสาท รึเปล่า ? ??
- 'ม่ายสาว' พ่ายชีวิต หนี้สินท่วม ฆ่าลูก 5 ขวบ-ยิงตัว
- อยู่ที่สูงต้องระวัง
- กระดานลื่นทับด.ช. 6 ขวบดับสยองคาร.ร.อนุบาล
- การประชุม-เชิงปฎิบัติการ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ เพื่อมาตรฐานความปลอดภัยในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก
- ภัยน้ำท่วม หายนะมาเยือน...อีกแล้ว !!!
- Special Report on Schools Safety Promotion
- หนูน้อยวัย2 ขวบ กลืนลูกมะนาวลงคอ ติดหลอดลมขาดอากาศหายใจ
- เมื่อลูกต้องไป-กลับเองด้วย...รถเมล์ รถไฟฟ้า
- จะดูแลอย่างไร ? เมื่อลูกถูกใจกีฬา ปะทะ !!!
- รถหัดเดิน...เมื่อไหร่จะเลิกใช้ ?
- ถ้าลูกอ้วน-ควรดูแลอย่างไร ?
- ช่วยด้วย.... ลูกหลงทาง !!!
- บ้านปลอดภัย...โรงเรียนปลอดภัยแต่... ชุมชนอันตราย !
- การสนับสนุนในระดับจังหวัด เพื่อส่งเสริมการจัดความปลอดภัยในโรงเรียน
- ชิงหนึ่งแสนประกวดหนังสั้น 'นักมวยเด็ก', หมดเขต 15 ตุลานี้!
- เซ็นเซอร์ไว้ก่อน...อย่าใจอ่อนให้ลูกดู!
- อี้-แทนคุณ เตือนใจ...ให้ใช้เบาะนิรภัย
- ห้ามซ้อนท้าย-ถ้าไม่ใส่หมวกกันน็อค
- จักรยาน..เพื่อนรักที่น่ากลัว !!!
- อ๊อกๆๆ...ช่วยลูกด้วย...ของติดคอ!!!
- ร็อตไวเลอร์ขย้ำลูกสาว 2 ขวบดับต่อหน้า
- คลิปvdo การซ้อมแผนฉุกเฉินในศูนย์เด็กเล็ก
- เกม ชวนชั่ว...เมื่อไหร่จะถูกกวาดล้าง ???
- เหตุสลดเด็กไทยเลียนแบบ GTA :ทำไมเรตเกมจึงไม่ได้ผลในบ้านเรา?
- ประมวลภาพ ทีวีบูรพา-มหกรรมจุดเปลี่ยน
- จัดห้องนอนที่ปลอดภัยให้ลูกน้อย
- ค่าแห่งชีวิต และ เกมโชว์พิศดาร!
- ระวัง...สัตว์หน้าขน !!!
- อะไรคือ.......ผีเข้า ?????......
- ทำอย่างไร? เมื่อพี่น้องอิจฉา หรือชอบทะเลาะกัน...
- ระวัง...หกล้ม ฟันหัก- เหงือกพัง ปากแตก
- ดวงตาปลอดภัย...มองโลกสวยไปนาน...นาน
- ใช้ ลิฟต์อย่างไร...ให้ปลอดภัย ?
- เด็กชายวัย 15 ปี ดับปริศนาคาร้านเกม
- ทำอย่างไร?...หากลูกมี พี่เลี้ยง
- เตรียมรถให้ดี....ก่อนจะพาลูกไปเที่ยว
- ไม่หนุนหัว...ไม่ต้องกลัว ไหลตาย...
- ดูที.วี.อย่างไร...ไม่ให้ลูกตกเป็น เหยื่อ?!!
- ระวัง...ลูกรัก ตกตึก...!
- จะทำอย่างไร ? เมื่อมีลูก วัยซน !!!
- ระวัง! ติดแน่น...อุดจมูก
- ระวัง.....หมาพันธุ์สยอง !
- เลือกเนิร์สเซอรี่ทั้งทีควรเน้นที่ คุณภาพ
- เลือกกินอย่างไรให้-ปลอดอันตราย !
- จัดอันดับอันตรายจากของเล่นเด็ก
- ประมวลภาพบรรยากาศงานของเล่นเด็กปลอดภัย
- โทรศัพท์-โรคจิต !
- สอนลูกอย่างไร? ...ให้ปลอดภัยในยามที่เดินถนน
- ถือกระเป๋านักเรียนให้ปลอดภัย...
- เสี่ยงเกินไปไหม?.....ถ้าให้ลูก...นั่งรถโรงเรียน ??!!!
- คิดดีๆก่อนที่จะ...ซื้อมือถือให้ลูก...!
- ของเล่นสุดเสี่ยง 9 ประเภท ระบุมีเด็กกว่า 7 หมื่นรายตกเป็นเหยื่อ
- สินค้าทำลายสุขภาพกายและใจ
- ปฐมพยาบาลผิดๆ ชีวิตอันตราย
- เหลือแต่ขวดนมไว้ดูต่างหน้า
- ระวังภัย....คนถ้ำมอง !!!
- น้ำพุ ภาพยนตร์สะท้อนทัศนคติผิดๆ ที่เห็นลูกเป็น ตัวซวย!!!
- จันดารา ภาพยนตร์ไทยยอดเยี่ยมสะท้อนปัญหาการทารุณกรรมเด็ก
- เด็กๆ คือเหยื่อ ตลอดกาล
- บ่อน้ำมรณะ โอ่งน้ำมหาภัย
- จะทำอย่างไรเพื่อลดจำนวน เด็กจมน้ำตาย ???
- อยากจะให้...ลูกว่ายน้ำเป็นเร็วๆ!!!
- อยากเป็น...นักบู๊-เจ้าหนูเทควันโด!
- กิจกรรม EX-Treme ที่แสนเร้าใจคนวัยมันส์
- ขึ้นเขา ลงห้วย ด้วยความปลอดภัย
- สวนสนุก-สุดสยอง!!!
- ปิดเทอม ระวัง... โจรขึ้นบ้าน !!!
- ปิดเทอม...ระวัง ลูกหาย!!!
- โครงการ...เด็กไทยฝึกมวยไทย-ปลอดภัยและแข็งแรง
- ซิ่ง...กวนเมือง
- ชะตากรรมของเด็กแว้นท์
- โดยสาร เรือเมล์ ให้ปลอดภัย...
- มวยเด็ก กีฬาหรือฆาตกร
- ยาเจริญอาหาร ผสมฮอร์โมนเพศชาย
- การประชุมนานาชาติ ภูมิภาคเอเซีย เรื่องชุมชนปลอดภัย ครั้งที่ 4
- ภาพการประชุมแนวทางป้องกันการได้รับสารพิษในเด็ก
- มหาภัยของเด็กเล่น
- ประวัติส่วนตัว
- โดยสาร เรือเมล์ ให้ปลอดภัย...
- ใกล้...สนามกอล์ฟระวัง!ลูก... จมน้ำตาย !!!
- เล่นกีฬา-ออกกำลังกายอย่างไร?...ให้ปลอดภัย
- ประกาศผลโครงการประกวดชิงทุนทำหนังสั้น"นักมวยเด็ก"
- เลี้ยงปีใหม่ให้ระวัง...จู๊ดๆ...โป้งป้าง...และ...ลูกหาย !
- ฮีโร่แมน ...ตุ๊กตุ่นอันตราย !!!
- พลาสติก... ศัตรูร้ายใกล้ตัวลูก...!!!
- Forrest Gump โลกแห่งการทารุณกรรมเด็ก ( 2 )
- Innocent Voices โลกแห่งการทารุณกรรมเด็ก ตอนที่ 1
- เล่นกับเพื่อนๆ...ให้ปลอดภัย
- เห็นของตกน้ำ...ห้ามเก็บ
ใกล้...สนามกอล์ฟระวัง!ลูก... จมน้ำตาย !!!
โดย... ประจวบ ผลิตผลการพิมพ์
http://prempapatblong.exteen.com
ปัญหาเด็กติดเกมยุคนี้นับว่าเป็นปัญหาใหญ่เข้าขั้นทำร้าย
ความสัมพันธ์ของครอบครัวกันเลยทีเดียว
โดยเฉพาะได้ก่อให้เกิดความขัดแย้งและบาดหมางกันระหว่าง
ผู้ใหญ่กับเด็กจนนับครั้งไม่ถ้วน
เช่นเดียวกับในรายของคุณย่าผึ้ง ทั้งที่เพิ่งเลิกจากงานกลับมาบ้าน
กำลังอยากจะนั่งพักนอนพักให้หายเหนื่อย ก็ต้องมารบกับเจ้าหนุ่ยหลานรัก
วัย 5 ขวบ ที่เอาแต่ตื้อไม่หยุด ร้องจะขอเงินไปเล่นเกมหน้าปากซอย
จริงๆแล้วก็อยากจะรีบให้ๆไปซะเพื่อตัดรำคาญ แต่ก็เห็นๆอยู่ว่านัยน์ตา
ของหนุ่ยขณะนั้นมันแดงก่ำไปทั้งสองข้าง แล้วยาที่คุณหมอให้มาก็เพิ่งเริ่มจะกิน
ขืนให้ไปเล่นเกมอีกก็มีหวังอาการจะหนักยิ่งขึ้นอย่างแน่นอน
ฝ่ายหลานจอมตื้อเมื่อย่าไม่ตามใจ เกิดน้อยใจและบอกย่าว่า จะไปหาแม่
แล้วก็เดินกะฟัดกะเฟียดออกไป ( แม่ของหนุ่ยแยกทางกับพ่อตั้งแต่หนุ่ยยังเล็กๆ
และไปอยู่กับยายซึ่งบ้านก็อยู่ละแวกนั้นเอง)
ย่าผึ้งในขณะนั้นก็ทั้งเหนื่อยกายเหนื่อยใจ
เมื่อเห็นว่าหลานจะไปบ้านแม่ซึ่งอยู่อีกแค่ฟากถนนก็ไม่ได้ว่าอะไร
ดีซะอีกจะได้ไม่ต้องเป็นอารมณ์กัน

แต่แล้ว...เวลาผ่านไปเพียง 1 ชั่วโมง
คนขับขี่มอเตอร์ไซด์รับจ้างที่รู้จักกัน ก็วิ่งหน้าตั้งมาบอกว่า
...หลานชายจมน้ำที่บ่อน้ำในสนามกอล์ฟ !!!
ย่าจึงรีบขึ้นรถของเขาบึ่งไปที่จุดเกิดเหตุ นั่นคือบริเวณแอ่งน้ำใหญ่
ข้างสนามกอล์ฟที่กำลังปรับปรุง
ซึ่งไม่มีการกั้นรั้วป้องกันอันตราย ทั้งๆที่ทุกวันจะมีเด็กๆมาวิ่งเล่นเดินเล่นเสมอ
วินมอเตอร์ไซด์เล่าให้ฟังว่า
มีเพื่อนวินด้วยกันคนหนึ่ง เมื่อขี่รถผ่านสนามกอล์ฟทีไร
ก็มักจะเห็นเด็กๆนั่งเล่นกันอยู่ที่ริมบ่อ

ซึ่งเขาเองก็จะต้องเดินไปเตือนทุกครั้งว่า
อย่ามานั่งตรงนี้เดี๋ยวจะตกน้ำ ซึ่งก็ได้ผล เด็กๆก็จะเดินออกไปทุกครั้ง
แต่วันนั้นเขาก็ขี่รถผ่านบ่อน้ำอีก
แม้จะดีใจที่ไม่เห็นเด็กๆมานั่งเล่นแต่ก็เกิดเอะใจขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก !
จึงจอดรถแล้วลงไปดู แล้วก็ต้องตกใจจนแทบช็อก
เมื่อพบเด็กนอนคว่ำหน้าลอยน้ำอยู่ในบ่อ
เมื่อตั้งสติได้จึงรีบลงไปอุ้มเด็กนั่งรถเพื่อนวินด้วยกันรีบไปส่งโรงพยาบาล
แล้วเพื่อนวิน(ที่รู้ที่อยุ่เด็ก)จึงเร่งมาบอกคุณย่าถึงบ้าน
คุณย่าเล่าให้ฟังว่า ได้รีบตามไปที่โรงพยาบาลพร้อมกับวินมอเตอร์ไซด์
ผู้มากน้ำใจพามาส่ง แต่ปรากฏว่าทางโรงพยาบาล ดังกล่าวปล่อยให้หลานนอนเฉยๆ
หนำซ้ำยังมาบอกว่าเครื่องมือไม่พร้อมให้ไปส่งที่โรงพยาบาลรัฐ
เมื่อไปถึงโรงพยาบาลแห่งใหม่ คุณหมอก้ช่วยปั้มหัวใจ ใส่ท่อช่วยหายใจ
นำเข้าห้องIcu ให้น้ำเกลือ ให้อาหารทางสายยาง
แต่อาการของหลานก็มีแต่ทรงกับทรุด ไม่ขยับตัว ไม่ลืมตา ไม่มีปฏิกิริยาใดๆ
ย่าไปเยี่ยมหลานทุกวันหลังเลิกงาน
และวันที่ย่าจะไม่มีวันลืมเลยก็คือ...
วันที่ย่าตัดพ้อหลานที่ข้างเตียงว่า
เห็นมั้ยล่ะ...ชอบดื้อกับย่า เลยต้องมานอนอย่างนี้
พอพูดจบหลานก็น้ำตาไหลออกมาเป็นทาง ทั้งที่ไม่ขยับเขยื้อนอะไรเลย
ย่าเฝ้าดูแลหลานอยู่ 10 วัน กระทั่งหลานเสียชีวิต...


เล่นกีฬา-ออกกำลังกายอย่างไร?...ให้ปลอดภัย
โดย...ประจวบ ผลิตผลการพิมพ์
http://prempapatblong.exteen.com
เด็กวัย 5ขวบขึ้นไป...พัฒนาการของกล้ามเนื้อเล็ก
และกล้ามเนื้อใหญ่เป็นไปอย่างรุดหน้า
เด็กๆมีทักษะในการเคลื่อนไหวได้ดีได้คล่องแคล่วขึ้น
คุณพ่อคุณแม่จะเห็นว่าลูกของเราวัยนี้มีพลังเหลือเฟือ
ทั้งชอบกระโดดโลดเต้น วิ่งไปโน่นไปนี่ไม่หยุดหย่อน
เด็กวัยนี้จึงควรสนับสนุนให้ออกกำลังกายหรือเล่นกีฬา
เพื่อให้พวกเขาแข็งแรงแจ่มใสทั้งสุขภาพกายและสุขภาพจิต
สิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ควรแนะนำก็คือให้เด็กๆเอาใจใส่ในเรื่องความปลอดภัย
โดยการป้องกันและระมัดระวัง
ดังต่อไปนี้ครับ

1 ) การวอร์มอัพ(warm up)
ก่อนเล่นกีฬาทุกชนิดจะต้องมีการอุ่นเครื่อง(วอร์มอัพ) นั่นก็คือ
การบริหารร่างกาย ยืดเส้นยืดสายราวๆ5-10นาที เพื่อคลายความตึงเครียดของกล้ามเนื้อ
ช่วยให้ร่างกายยืดหยุ่น กล้ามเนื้อไม่ฉีกขาด ไม่เป็นตะคริว
แถมยังปลุกประสาททุกส่วนในร่างกาย เกิดความกระฉับกระเฉงในการเล่นกีฬาต่อไป
(หลังเล่นกีฬาหรือออกกำลังกายก็ควรมีการcool down ซึ่งก็คือการวอร์มอีกครั้งก่อนพัก
เพื่อการผ่อนคลาย ให้หายเหนื่อย และปรับร่างกายให้เข้าที่เข้าทาง)
2 ) ก่อนเล่นกีฬาหรือออกกำลังกาย
อย่ากินอาหาร โดยเฉพาะการกินจนอิ่มจะยิ่งอันตราย
เพราะเสี่ยงต่อการปวดท้อง จุกเสียด แน่นหน้าอก และอาเจียน
ดังนั้นหากใครเผลอหม่ำเข้าไปแล้ว ก็ควรพักสักราว 1-2 ชั่วโมง จึงค่อยลุย(เล่นกีฬา)
คำแนะนำในการเล่นกีฬายอดฮิตให้ปลอดภัย
1 ) จ๊อกกิ้ง (วิ่งเหยาะๆ) ประโยชน์ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของหัวใจ
ขยายปอดและสร้างเสริมกล้ามเนื้อให้แข็งแกร่ง จิตใจก็กระปรี้กระเปร่าสดชื่น
แถมยังได้ชมวิวชมต้นไม้นานาพันธุ์ข้างทางระหว่างการวิ่งจ๊อกกิ้งอีกด้วย
(แต่ต้องระวังรถที่วิ่งไปมาด้วยนะครับ)

ข้อแนะนำ * การเลือกรองเท้า ควรเลือกชนิดที่ใช้จ๊อกกิ้งโดยเฉพาะ
แล้วเลือกขนาดให้เหมาะสม เพื่อกันการบาดเจ็บ เช่น กล้ามเนื้อ-เอ็นร้อยหวายฉีก
เอ็นข้อเท้าบาดเจ็บ นิ้วเท้าเคล็ด หรือบวมช้ำ เวลาที่จ๊อกกิ้งให้โน้มลำตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย
จัดท่าทางให้ถูกต้อง คือลำตัวตั้งฉากกับพื้น ศีรษะมองตรงไปข้างหน้าเล็กน้อย
คอ-แขน-ลำตัวไม่เกร็ง กำมือหลวมๆ งอข้อศอกราว 80-100 องศา
ไม่หักโหมจนเกินไป เด็กๆหลายคนยิ่งวิ่งยิ่งสนุก เผลอๆการวิ่งเหยาะๆก็เลยกลาย
เป็นการวิ่งมาราธอน ผลที่ได้จากการจ๊อกกิ้งหักโหมก็คือ แทนที่จะแข็งแรงก็กลับเดี้ยง
ปวดเข่า น่องระบม หลังยอก หรือหายใจไม่ทัน เหนื่อยหอบเป็นลม ฯลฯ...

2 ) ว่ายน้ำ การว่ายน้ำให้ประโยชน์เช่นเดียวกับการจ๊อคกิ้ง
แต่จะเหนือกว่าตรงที่ร่างกายจะได้ออกกำลังกายทั่วทุกส่วน
แล้วก็ยังช่วยรักษาประคับประคองทั้งเด็กและผู้ใหญ่ที่มีปัญหาบาดเจ็บ
ตามข้อต่อต่างๆ อันเนื่องจากการเล่นกีฬาประเภทอื่นอีกด้วย
จะด้อยกว่าบ้างก็คงไม่มีโอกาสชมวิวระหว่างการออกกำลังกาย และ
เป็นกีฬาที่ต้องฝึกฝนจนมีความชำนาญ(แต่ก็คุ้มค่าสำหรับความปลอดภัย ในยามที่ต้องเดินทางด้วยเรือครับ)
สิ่งที่ต้องตักเตือนเด็กๆก็คือ...
1 ) หากว่ายน้ำทะเล ก็ไม่ควรว่ายแข่งกัน โดยเฉพาะจะต้องไม่ว่ายออกสู่ทะเล
ซึ่งเสี่ยงต่อคลื่นลมที่แปรปรวน หรือ ยิ่งว่าย(ออกสู่ทะเล)ก็ยิ่งไกลยิ่งเหนื่อยและ
อาจหมดแรงจนหมดแรงที่จะว่ายกลับเข้าฝั่ง

2 ) ไม่เล่นแข่งดำอึด(ใครกลั้นหายใจใต้น้ำได้นานกว่าคนนั้นชนะ)
เพราะเสี่ยงต่อการหมดสติแล้วจมน้ำครับ การหายใจเข้าแรงๆก่อนจะดำอึด
จะทำให้คาร์บอนไดออกไวด์ในเลือดต่ำ และการกลั้นลมหายใจนานๆ
จะทำให้สมองขาดออกซิเจน ส่วนคาร์บอนไดออกไซด์ก็ไม่สูงพอที่จะขับเคลื่อนให้สมองสั่งการหายใจได้
เด็กๆหลายคนถึงกับเป็นลมหมดสติ สำลักน้ำ และอาจทำให้เสียชีวิตได้
เวลาที่เหมาะในการลงเล่นน้ำก็คือ ยามที่แดดอ่อนๆ(ก่อน 4โมงเช้า และหลัง 4โมงเย็น)
และก่อนลงเล่นน้ำอย่าลืมทาครีมกันแดดด้วยนะครับ เพื่อผิวอ่อนๆของลูกจะได้ไม่เกรียมแดดหรือแสบร้อน
หลักของการออกกำลังกายทุกประเภทก็คือ จะต้องไม่ให้เหนื่อยจนเกินกำลัง
ดังนั้นหลังจากการวอร์มอัพแล้ว ในช่วงใหม่ๆของการออกกำลังกายนั้น
ควรไม่เกิน 15นาที และค่อยๆเพิ่มอีก 10นาทีในอาทิตย์ถัดมา

การออกกำลังกายหรือเล่นกีฬาที่จะให้ประโยชน์แก่เราอย่างเต็มที่
ก็จะต้องปฏิบัติเป็นประจำ และโดยสม่ำเสมอ (ทุกวัน หรือ อย่างน้อยอาทิตย์ละ
4ครั้ง และควรใช้เวลาตั้งแต่ 30นาที แต่ไม่เกิน 1ชั่วโมง )

ประกาศผลผู้ชนะเลิศได้รับทุนทำหนัง จำนวน 1 แสนบาท
หลังจากที่คณะกรรมการทำการคัดเลือกอย่างหนัก
โครงเรื่องที่เข้าตากรรมการที่สุด คือเรื่อง
'ล้างบัญชีเจ้าแม่ยาชุด' โดย สุพจน์ คูณดี

หลังจากกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิได้พิจารณาโครงเรื่องที่ส่งเข้ามาทั้งหมด 69 เรื่อง
ตามด้วยการพูดคุยกับผู้เข้ารอบ และหารือกันอย่างเข้มข้นเมื่อต้นเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา
ในที่สุด เราก็ได้ผู้ชนะเลิศเพียงหนึ่งเดียวที่จะได้รับทุนผลิตหนังสั้นจำนวน 1 แสนบาทแล้ว
นั่นก็คือ คุณสุพจน์ คูณดี กับเรื่อง "ล้างบัญชีเจ้าแม่ยาชุด" ที่ว่าด้วย
นักมวยเด็กอายุ 12ปีผู้มีพ่อติดการพนันและถูกสั่งให้ล้มมวย แต่เขาขัดคำสั่งจนถูกซ้อมเจียนตาย
สุพจน์เล่าที่มาของงานชิ้นนี้ว่า
"จริงๆแล้วตัวผมเองก็กำลังหาข้อมูลเพื่อทำหนังสั้นเกี่ยวกับนักมวยอยู่พอดี
จึงลงไปคลุกคลีกับนักมวยและคนในวงการจนได้ข้อมูลมาเขียนเป็นเรื่องนี้
โดยใช้เวลาในการหาข้อมูลอยู่ 6-7 เดือน พอมีโครงการนี้ขึ้นจึงส่งเข้ามา
และเมื่อรู้ว่าได้ทุนทำหนังก็ดีใจมากครับ"
เขาเล่าเพิ่มเติมด้วยว่า หนังเริ่มเข้าสู่กระบวนการเตรียมงานแล้ว
"ตอนนี้ได้นักแสดงเรียบร้อยแล้ว กำลังสอนการแสดงให้อยู่ และผมกำลัง
คิดจะชวนเพื่อนๆ ในวงการหนังสั้นมาร่วมถ่ายฉากสำคัญ
ของเรื่องด้วยครับ"
บรรยากาศการตัดสิน






csip.org

เลี้ยงปีใหม่ให้ระวัง...
จู๊ดๆ...โป้งป้าง...และ...ลูกหาย !
บทความโดย ประจวบ ผลิผลการพิมพ์
แม้หลายเสียงจะบ่นกันตรึมว่า ปี2551 คือปีที่ผ่านไปด้วยความทุลักทุเล
โดยเฉพาะปัญหาเศรษฐกิจ
แต่ก็ยังพบเห็นหลายๆบ้านหลายๆแห่งเตรียมจัดงานฉลองปีใหม่กันแล้ว
ซึ่งก็คงจะถือคติว่า เพื่อเป็นการต้อนรับปี 2552 อย่างยังมีความหวัง
จะได้มีความสดชื่นแจ่มใส และมีกำลังใจอย่างเต็มเปี่ยม
แต่ปัญหาก็คือ...จะทำอย่างไร
ทุกคนจึงจะCountdownปีใหม่ด้วยความสดใสแข็งแรง ไม่เจ็บไข้ล้มป่วย
หรือไม่บาดเจ็บ สูญหาย หรือเสียชีวิตเพราะประสบเหตุร้ายในงานเลี้ยงต้อนรับปีใหม่
โดยเฉพาะงานนี้ในทุกปีก็คืองานรวมญาติ
ก็ยิ่งน่าเป็นห่วงลูกๆหลานๆของเราที่ภูมิต้านทานและความรู้จักระมัดระวังยังไม่ดีเท่าผู้ใหญ่

1... อาหารเป็นพิษ มักจะพบว่าในช่วงวันงานฉลองปีใหม่ จะมีคน จู๊ดๆ
ต้อนรับปีใหม่กันอย่างมากมาย ด้วยโรคอาหารเป็นพิษ
ซึ่งหมายถึงอาการคลื่นไส้-อาเจียน-ปวดท้องและ ท้องร่วง
เหตุก็คงเพราะวันปีใหม่ซึ่งตรงกับฤดูหนาว แต่เมืองไทยเรามักมีกลางวันที่อบอ้าว
จึงทำให้เจ้าพวกเชื้อแบคทีเรียในอาหารเจริญเติบโตกันดีนักเชียว
บางครั้งอาหารที่เตรียมไว้ก็บูดเสีย เจ้าภาพอาจไม่รู้ หรือไม่เอาใจใส่พอ
จึงนำไปปรุงไปเสริ์ฟแขกเหรื่อที่มางาน
หรือแม้แต่การต้องจัดเตรียมหุงหาอาหารเป็นจำนวนมาก
ในขณะที่มีแม่ครัวยุ่งหัวกระเซิงอยู่แค่คนเดียว แถมยังต้องเร่งทำเวลา
เพราะแขกจวนมาถึงงานแล้ว เกรงว่าจะโดนโวยเพราะโมโหหิวกัน
การไม่รอบคอบเพราะเร่งร้อนเกินไปจึงทำให้ละเลยเรื่อง
ความสด- สุก และสะอาดของอาหาร
นอกจากนั้นยังรวมไปถึงเรื่องของ อาวุธ หรืออุปกรณ์ช้อน ส้อม
มีด ชาม ถ้วย...ที่ผ่านการล้างอย่างไม่เกลี้ยงเกลาสะอาดสะอ้านพอ
อาจเพราะมีแขกเหรื่อค่อยทยอยกันมา บางส่วนก็ทยอยกันกลับ อุปกรณ์ตักและ
ใส่อาหารจึงต้องนำมาทำความสะอาดหมุนเวียนกันใช้ เช่นเดียวกับร้านอาหารทั่วไป
หรือกรณี ปล่อยผี-วันปีใหม่ที่หลายคนชอบทำ นั่นก็คือ อาหารหลายๆอย่าง
ที่วันธรรมดาจะไม่เคยกิน ( เช่น พวกพล่า,ยำ,น้ำตก,ลาบ,ก้อย ) แต่เมื่อถึงวันปีใหม่
ก็เกิดอยากลอง โดยไม่ใช่แค่ขอลิ้มรส แต่กลับหม่ำอย่างเต็มคราบ
ซึ่งในที่สุดก็มักได้ความสาแก่ใจกลับไป นั่นก็คืออาการ...จู๊ดๆ...

2...นอกจากอาการอาหารเป็นพิษ ที่เจ้าภาพ(ผู้มีสำนึกรับผิดชอบ และไม่ต้องการเป็นที่เกลียดชัง)
จะต้องระมัดระวังและพิถีพิถันให้มากแล้ว ก็ควรดูแลเรื่องอาหารการกินของลูกๆหลานๆด้วย
เพราะเด็กๆมักจะอดใจไม่อยู่เมื่อพบ ของโปรดที่วางโชว์อยู่ตรงหน้าอย่างมากมายก่ายกอง
พวกเขาจึงมักจะคว้ามาหม่ำอย่างเพลิดเพลิน และมักจะอิ่มจนเกินพิกัด
ทั้งๆที่ของโปรดเหล่านี้มักจะคือ...ไอศกรีม, ขนมเค้ก, พิซซ่า, น้ำหวาน, น้ำอัดลม...
รวมทั้งขนมไทยประเภททองหยอด, ฝอยทอง, มันเชื่อม, ลูกตาลเชื่อม
ที่ล้วนแล้วแต่หวานจัดมันจัดทั้งนั้นเลยล่ะครับ

3... นอกจากอาหารอันมากมายหลายรส สิ่งที่ต้องระวังให้มากก็คือ...
ลูกโป่งหลากสีทั้งพวงเล็กพวงใหญ่
ที่ได้กลายเป็นสัญลักษณ์หนึ่งที่อยู่คู่กับงานต้อนรับปีใหม่ที่ช่วยเพิ่มสีสันและความสดใส
เด็กๆก็ชอบอกชอบใจ จนมักจะแย่งกันขอคนละลูกสองลูก เพื่อเอามาเดินถือเล่น
แถมมีหลายๆงานที่ใช้ลูกโป่งใบโตๆ ที่เรียกว่าลูกโป่งสวรรค์
งานนั้นก็ดุจะฟู่ฟ่ามีราคาขึ้นมาทันที
แต่ผู้ที่ติดตามข่าวอุบัติเหตุมาอย่างต่อเนื่องก็อาจเกิดปริวิตกขึ้นมาทันทีว่า
เจ้าลูกโป่งสวรรค์มันอาจกลายเป็นลูกโป่งนรกได้ทุกเมื่อ
เหตุก็เพราะลูกโป่งประเภทนี้มักจะอัดก๊าซไวไฟ(ไฮโดรเจน)
เนื่องจากมีราคาถูกกว่าก๊าซไม่ไวไฟ(ฮีเลียม)
ซึ่งเสี่ยงเหลือเกินที่มันจะกลายเป็นลูกไฟ ที่ระเบิดติดๆกัน
และลามไปเป็นวงกว้าง กระทั่งไฟโหมไปทั่วบริเวณงาน
เพียงเพราะโดนประกายไฟจากไม้ขีดไฟ,ไฟแช็ก,เทียน,บุหรี่ หรือ
แม้แต่ไปสัมผัสโดนหลอดไฟนีออน ก็เกิดติดไฟและระเบิดโป้งป้างขึ้นได้อย่างไม่รู้ตัว
ซึ่งอัคคีภัยอันมีสาเหตุจากกรณีข้างต้น เคยเกิดขึ้นเร็วๆนี้เองครับ!
( 6 เม.ย.2550 ลูกโป่งสวรรค์ระเบิดอย่างรุนแรงจนไฟลุกท่วม
เหตุเกิดที่ข้างเวทีมวยชั่วคราว อ.แก่งคอย สระบุรี
หรือ เมื่อหลายปีก่อน ศิลปินแห่งชาติ คุณครูพยงค์ มุกดา
ได้เคยถูกไฟลวกเข้าที่ใบหน้าและลำตัว ในงานต่อต้านการสูบบุหรี่ เหตุเพราะ...
ลูกโป่งสวรรค์จำนวนมากที่ซ่อนอยู่ในบุหรี่ยักษ์จำลอง ได้เกิดระเบิดขึ้นขณะที่
คุณครูพยงค์เอาดาบเหล็กตัดบุหรี่ยักษ์ เพื่อเป็นการทำพิธีเปิดนิทรรศการ )
4... ส่วนลูกโป่งใบเล็ก ถึงแม้จะอัดก๊าซฮีเลียม ก็ไม่ควรนำมาเล่น
เพราะหากมันเกิดแตกโป้งใกล้ๆหู ก็อาจทำให้เด็กๆเยื่อแก้วหูทะลุ
หรือ แย่กว่านั้น หากมันระเบิดขึ้นตรงหน้า ทั้งแรงระเบิดและเศษชิ้นของลูกโป่ง
อาจทำให้เยื่อบุแก้วตาถลอกหรือฉีกขาด
หากเกิดขึ้น ก็ต้องรีบพาไปโรงพยาบาลทำการรักษาโดยทันทีครับ
ก่อนที่ลูกตาจะติดเชื้อ เกิดผลเป็น กลายเป็นโรคต้อหิน หรือแม้แต่สูญเสียลูกตา

เขียนมาถึงตรงนี้ ก็อยากรณรงค์ให้ช่วยๆกันเลิกใช้ลูกโป่งมาประดับประดา
หรือแม้แต่นำมาใช้ประกอบการเล่นเกมในงาน เช่น เกมประเภทแข่งกัน แย่ง-เหยียบ- หรือตีลูกโป่ง
ซึ่งหากเกิดเหตุร้ายจนมีใครบาดเจ็บ หรือเสียชีวิต ก็คงต้อนรับปีใหม่กันอย่างสุดกร่อยแน่ๆ
มีรายงานจากสหรัฐอเมริการะบุว่า ในปีค.ศ.1977-2001
มีเด็กๆต้องตายเพราะเศษลูกโป่งเข้าไปอุดตันหลอดลมถึง 110 ราย
และเศษลูกโป่งนั้นนอกจากจะหมายถึงลูกโป่งที่เป่าแล้วแตกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย
ที่เด็กๆผู้ไม่รู้อิโหน่อิเหน่เก็บเอาไปเคี้ยวเล่น และกำลังตั้งหน้าตั้งตาเป่า
แล้วพลาดพลั้งดูดพรืดเข้าไปติดหลอดลม
ภัยลูกโป่งที่เล่ามาทั้งหมดนี้ ก็อยู่ที่เจ้าของงานปีใหม่แล้วล่ะครับ
ว่ามันจำเป็นอย่างไร หรือคุ้มหรือไม่ที่จะต้องเอาขบวนการลูกโป่งมาประดับประดาในงานด้วย ?
5... ความน่ากลัวที่แฝงตัวอยู่ในงานปีใหม่
ที่คุณพ่อคุณแม่หลายๆท่านอาจคาดไม่ถึง
แต่วันนี้จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเตือนให้ระมัดระวังไว้ให้มาก นั่นก็คือ

...แก๊งลักเด็ก! ที่นอกจากพวกมันจะชอบออกอาละวาดในช่วงที่เด็กๆปิดเทอมกันแล้ว
พวกเดนสังคมเหล่านี้ยังชอบแฝงตัวอยู่ตามงานเลี้ยงต่างๆ
โดยมักเลือกงานที่มีผู้คนพลุกพล่าน ที่ผู้ใหญ่มัวแต่นั่งจ้อนั่งกรึ๊บกันอย่างครึกครื้น
โดยปล่อยให้เด็กๆนั่งกันตามลำพัง ยิ่งปล่อยปละให้เด็กๆเดินกันเพ่นพ่านไปทั่วงาน
พวกมันก็ยิ่งชอบ เพื่อจะได้อาศัยความเผอเรอของผู้ใหญ่
หรือใช้ความจอแจพลุกพล่านของผู้คนในงานจัดการ อุ้ม หรือ ฉุดเด็กๆของเราจนหายวับไป
คุณสรรพสิทธิ์ คุมพ์ประพันธ์ ผู้อำนวยการศูนย์พิทักษ์สิทธิเด็ก ได้ระบุว่า มี
เด็กไทยหายไปจากครอบครัวมากถึง 1 หมื่นคน!
และได้เปิดเผยว่า พ่อแม่โดยมากไม่ค่อยให้ความสำคัญกับปัญหานี้
เพราะไม่คิดว่าจำนวนเด็กไทยที่หายไปจะมากมายถึงขนาดนี้
นายปีเตอร์ ดี แบงค์ ผู้อำนวยการศูนย์การดำเนินงานด้านเด็กหาย
(สหรัฐอเมริกา) ได้แนะวิธีการแก้ปัญหา เมื่อลูกหาย
1) แจ้งตำรวจทันที
2) รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับตัวเด็ก-พ่อแม่-คนที่ใกล้ชิดเด็กครั้งสุดท้าย
อย่างละเอียด
3) มีรูปถ่ายของเด็กที่หายหลายๆใบ เพื่อการเผยแพร่ออกไป
จะทำให้มีหลายๆฝ่ายที่จะร่วมมือช่วยกันค้นหา
นึกๆแล้วก็กลุ้ม ที่แม้จะเป็นเทศกาลอันแสนสนุกอย่างวันปีใหม่
ก็กลับต้องมาระมัดระวังลูกๆหลานๆกันแจ จะทำอย่างไนได้ล่ะครับ
ในเมื่อความความสนุกเพลิดเพลินจนเกินไปมักนำมาซึ่งความประมาท
ดังนั้น สนุกได้ครับ แต่อย่าประมาทก็แล้วกัน ....ครับ...
ในวารดิถีขึ้นปีใหม่ ผมขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัย จงดลบันดาลให้คุณๆทุกๆท่าน
มีสุขภาพกายและสุขภาพใจ ที่แข็งแรงสดชื่นแจ่มใส และมีความปลอดภัยทั้งชีวิตและทรัพย์สิน
ตลอดปี 2552 และ ตลอดไป...........................
--------------------------------------------------------------------
เด็กหายสามารถแจ้งได้ที่ .......
แจ้งเด็กหาย 1300 สายด่วน 1111
มูลนิธิกระจกเงา 02- 6427991-2 ต่อ 11
ศูนย์ข้อมูลคนหาย 02- 6427991-2
--------------------------------------------------------------------


